บทที่  1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
       จากการเรียนเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ในวิชาภาษาไทยแล้ว ทำให้รู้ว่าอาหารไทยนั้นมีมากมายหลายชนิด ทั้งอาหารคาวอาหารหวาน ซึ่งบางชนิดหลายคนไม่รู้จัก  รู้จักแต่บางชนิดที่หารับประทานได้ทั่วไป

       ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีความคิดและได้ปรึกษากันว่าถ้าหากเรารวบรวมอาหาร และวิธีการทำที่ปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานไว้  เพื่อให้คนอื่นได้รู้และสามารถนำไปประกอบอาหารได้

วัตถุประสงค์

1.  เพื่อศึกษาอาหารคาวหวานที่ปรากฏในเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของ

2. เพื่อรวบรวมอาหารคาวหวานและกรรมวิธีการทำให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
3. เพื่อให้ผู้ปฎิบัตินำความรู้ความสามารถที่ได้จากการศึกษาขั้นตอน วิธีการ
    ทำอาหารไทยและอาหารหวานมาประยุกต์ทำ ในชีวิตประจำวัน
4.  เพื่อที่จะทำการศึกษาความหมายของอาหารคาว
5. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติ นำความรู้ความสามารถที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าการ
    ทำอาหารคาว และอาหารหวานนำ ไปประกอบเป็นอาชีพได้

ขอบเขตของการศึกษา

            ศึกษาเฉพาะกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย (ปี 2551: หน้าที่ 132-139) เท่านั้น

 

 

 

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

ในการจัดทำโครงงานเรื่องอาหารไทยในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานคณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาเนื้อหากาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย (ปี 2551: หน้าที่ 132-139) เท่านั้น ดังนี้
เห่ชมเครื่องคาว
มัสมั่นแกงแก้วตา                 หอมยี่หร่ารสร้อนแรง

ชายใดได้กลืนแกง                  แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา

ยำใหญ่ใส่สารพัด                 วางจานจัดหลายเหลือตรา

รสดีด้วยน้ำปลา                      ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ

ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม         เจือน้ำส้มโรยพริกไทย

โอชาจะหาไหน                       ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง

หมูแนมแหลมเลิศรส            พร้อมพริกสดใบทองหลาง

พิศห่อเห็นรางชาง                   ห่างห่อหวนป่วนใจโหย

ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น               วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย

รสทิพย์หยิบมาโปรย               ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ

เทโพพื้นเนื้อท้อง                  เป็นมันย่องล่องลอยมัน

น่าซดรสครามครัน                 ของสวรรค์เสวยรมย์

๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า           ทำน้ำยาอย่าง แกงขม

กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม        ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น

ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ             รสพิเศษใส่ลูกเอ็น

ใครหุงปรุงไม่เป็น                   เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ

๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม                   แกงคั่วส้มใส่ระกำ

รอยแจ้งแห่งความขำ               ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม

๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด                 ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม

คิดความยามถนอม                 สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์

ล่าเตียงคิดเตียงน้อง              นอนเตียงทองทำเมืองบน

ลดหลั่นชั้นชอบกล                 ยลอยากนิทรคิดแนบนอน

๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า          รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน

เจ็บไกลในอาวรณ์                   ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง

๏ รังนกนึ่งน่าซด                    โอชารสกว่าทั้งปวง

นกพรากจากรังรวง                 เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน

ไตปลาเสแสร้งว่า                 ดุจวาจากระบิดกระบวน

ใบโศกบอกโศกครวญ            ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ

๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง         เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน

ผักหวานซ่านทรวงใน             ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚

 

เห่ชมเครื่องหวาน
สังขยาหน้าตั้งไข่                  ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง

เป็นนัยไม่เคลือบแคลง           แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ

ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ              แทรกใส่น้ำกะทิเจือ

วิตกอกแห้งเครือ                     ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย

ลำเจียกชื่อขนม                    นึกโฉมฉมหอมชวยโชย

ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย                โหยไห้หาบุหงางาม

มัศกอดกอดอย่างไร              น่าสงสัยใคร่ขอถาม

กอดเคล้นจะเห็นความ           ขนมนามนี้ยังแคลง

ลุดตี่นี้น่าชม                         แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง

โอชาหน้าไก่แกง                    แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย

ขนมจีบเจ้าจีบห่อ                 งามสมส่อประพิมพ์ประพาย

นึกน้องนุ่งจีบกราย                 ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

๏ รสรักยักลำนำ                     ประดิษฐ์ทำขนมเทียน

คำนึงนิ้วนางเจียน                   เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม

ทองหยิบทิพย์เทียมทัด         สามหยิบชัดน่าเชยชม

หลงหยิบว่ายาดม                    ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ

ขนมผิงผิงผ่าวร้อน               เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน

ร้อนนักรักแรมไกล                 เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง

รังไรโรยด้วยแป้ง                 เหมือนนกแกล้วทำรังรวง

โอ้อกนกทั้งปวง                     ยังยินดีด้วยมีรัง

ทองหยอดทอดสนิท             ทองม้วนมิดคิดความหลัง

สองปีสองปิดบัง                     แต่ลำพังสองต่อสอง

๏ งามจริงจ่ามงกุฏ                  ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง

เรียมร่ำคำนึงปอง                    สะอิ้งน้องนั้นเคยยล

บัวลอยเล่ห์บัวงาม                คิดบัวกามแก้วกับตน

ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล                 สถนนุชดุจประทุม

ช่อม่วงเหมาะมีรส                หอมปรากฏกลโกสุม

คิดสีสไลคลุม                         หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน

ฝอยทองเป็นยองใย               เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน

คิดความยามเยาวมาลย์           เย็บชุนใช้ไหมทองจีน ฯ

 

 

 

 

 

 

บทที่ 3
วิธีการดำเนินการ

 

จากการทำโครงงานนี้คณะผู้จัดทำได้วางแผนการจัดการทำโครงงาน ดังนี้
1. ปรึกษา วางแผน แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ
2.  กำหนดหัวข้อที่จะทำการศึกษา
3.  สืบค้นข้อมูล
4.  เก็บรวบรวมข้อมูล
5.  นำข้อมูลที่ได้มาจำแนกประเภท โดยแบ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท
          5.1  อาหารคาว
          5.2  อาหารหวาน
6.  วิเคราะห์อาหารคาวแต่ละอย่าง ว่าแต่ละอย่าง มีส่วนผสมอะไรบ้าง และมีกรรมวิธีการทำ
     อย่างไร
7.  สรุปผลและนำมาจัดลงใน บอร์ดจัดแสดง

 

ประโยชน์จากการศึกษาค้นคว้า

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน นับว่าเป็นวรรณคดีที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง แม้มีเนื้อเรื่องที่ไม่ยาวนักแต่ให้คุณค่าที่มีประโยชน์หลายประการ คือ

 

1. ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมด้านอาหารการกินของคนไทยสมัยโบราณสะท้อนให้
     เห็นความละเอียดอ่อนพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการทำอาหาร

2. ให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณี ความเชื่อต่างๆ เช่น พิธีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นคติความเชื่อใน 
     ศาสนาพราหมณ์ ประกอบพิธีในช่วงเดือนยี่

3. สะท้องสภาพบ้านเมืองในสมัยอดีต มีการติดต่อค่าขายกับชาวต่างชาติ เช่น จีน อินเดียจึงมีการ
     แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านอาหารการกินร่วมไปด้วย เช่น ข้าวหุงปรุงอย่างเทศรสพิเศษ

บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นคว้า

ผลการศึกษา ค้นคว้า อาหารไทยในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้ ทางคณะผู้จัดทำได้แยกประเภทไว้ 2 ประเภท คือ อาหารคาว และอาหารหวาน
– มีจำนวนอาหารคาว  13 ชนิด
– มีจำนวนอาหารหวาน 16 ชนิด
มีจำนวนอาหารทั้งหมด 29 ชนิด  ดังนี้

เห่ชมเครื่องคาว

มัสมั่นแกงแก้วตา                หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง                   แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา

แกงมัสมั่นไก่ของน้องที่รักของพี่ มีกลิ่นหอมฉุนของยี่หร่าคงมีรสร้อนแรงมากชายใดได้รับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดความรักใคร่และความหวังในตัวน้องจนถึงกับเอามือทุบอกตัวเองและอยากกลับไปรับประทานอีก

 

 

 

 

 

 

 

                                                                  แกงมัสมั่น
ส่วนผสม                                                                                              ส่วนผสมพริกแกง
เนื้อวัว 1 กิโลกรัม                                                                                พริกแห้ง 5 เม็ด
มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม                                                                        ลูกผักชี 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ                                                                         ลูกยี่หร่า 1 ช้อนชา
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ                                                                              ลูกจันทน์ 1 ลูก
น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย                                                                        ดอกจันทน์ ½ ดอก
ใบกระวาน 5 ใบ                                                                                  เกลือป่น ½ ช้อนชา
ถั่วลิสงคั่ว ¼ ถ้วย                                                                                หอมเผา ¼ ถ้วย
หอมใหญ่ผ่าสี่ 4 หัว                                                                             กระเทียมเผา ¼ ถ้วย
อบเชยคั่วยาว 1 ซ.ม. 1 ชิ้น                                                                  ลูกกระวาน 3 ลูก
มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นชิ้นพอคำ 3 ลูก                                                 กานพลู 3 ดอก
                                                                                                            พริกไทย 1 ช้อน
                                                                                                            ชาอบเชยยาว 1 ซ.ม. 1 ชิ้น
                                                                                                            กะปิเผา 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมน้ำพริกแกงโดย นำพริกแห้งผ่าเอาไส้และเมล็ดออกแช่น้ำให้นุ่มแล้วบีบน้ำออก เครื่องเทศแบ่งคั่วเป็นอย่างๆ จนครบ
  2. โขลกพริกแห้ง เกลือ หอมเผา กระเทียมเผา เข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่เครื่องเทศทั้งหมดโขลกรวมกันให้ละเอียด ใส่กะปิเผาโขลกให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
  3. มะพร้าวคั้นหัวกะทิ 2 ถ้วย หางกะทิ 2½ ถ้วย
  4. เนื้อวัวหั่นเป็นชิ้น เคี่ยวกับหางกะทิจนนุ่ม
  5. หัวกะทิเคี่ยวให้แตกมันมากๆ ใส่น้ำพริกลงผัดให้สุกและหอมดี ตักเนื้อวัวลงไปผัด ใส่น้ำปลา ผัดต่อไปสักครู่ ตักใส่หม้อหางกะทิ เคี่ยวต่อไปให้เดือด ใส่น้ำตาลปีบ น้ำมะขามเปียก ใส่ถั่วลิสง ใบกระวาน อบเชย ชิมรสหวานนำเปรี้ยวและเค็ม รสกลมกล่อม เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนๆ ใส่มันฝรั่ง พอมันสุก ใส่หอมใหญ่ ยกลง

 

 

ยำใหญ่ใส่สารพัด                 วางจานจัดหลายเหลือตรา

                                รสดีด้วยน้ำปลา                      ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ

ยำใหญ่ที่มีเครื่องครบครับจัดวางอยู่ในจานอย่างสุดจะพรรณนาปรุงรสด้วยน้ำปลาญี่ปุ่นทำให้น่าลิ้มลองอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                       ยำใหญ่

เครื่องปรุง
เนื้อหมูสด 2 กิโลกรัม                          กุ้งชีแฮ้ 1กิโลกรัม                    ปลาหมึกแห้ง 0.2กิโลกรัมหนังหมูหั่นฝอย 2กิโลกรัม                      ไข่เป็ดสด 20 ฟอง                   ฟองเต้าหู้ 1กิโลกรัมพริกชี้ฟ้าแดงสด 0.3กิโลกรัม                  หัวผักกาดสด6 กิโลกรัม  แตงร้าน 10กิโลกรัม
ใบสะระแหน่   0.5กิโลกรัม                 ต้นคื่นช่าย 1กิโลกรัม              เห็ดหูหนู 0.5กิโลกรัม 
กระเทียมแห้ง0.3กิโลกรัม                   ถั่วลิสงป่น2กิโลกรัม               มะนาว3 กิโลกรัม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม                      น้ำปลา1 ลิตร

วิธีเตรียม
1. เนื้อหมู ล้างน้ำนำไปต้ม แล้วหั่นบางๆ ปลาหมึกแห้งย่างพอสุกทุบให้นิ่ม ฉีกเป็นฝอย
2. กุ้งชีแฮ้ ล้างทั้งเปลือก นำไปต้มแกะเปลือกออกหั่นบางๆ
3. ไข่เป็ดล้างน้ำนำไปต้ม ปอกเปลือกผ่าครึ่งหั่นบางๆตามยาว
4. หนังหมูหั่นฝอยลวกในน้ำเดือดตักขึ้นพักไว้ พริกชี้ฟ้าแดง ล้างน้ำเด็ดขั้วผ่าครึ่งแกะเมล็ดออก
5. ใบสะระแหน่ เลือกใบเสียออกล้างน้ำเด็ดเป็นใบๆ
6. ฟองเต้าหู้ แช่น้ำให้นิ่ม นำไปลวกในน้ำเดือด ตักขึ้นพักไว้
7. เห็ดหูหนู แช่น้ำให้นิ่มนำไปลวกในน้ำเดือด ถ้าดอกใหญ่ให้หั่นครึ่ง
8. หัวผักกาดสด ล้างน้ำปอกเปลือกหั่นแฉลบบางๆ คั้นเกลือให้หายเผ็ด
9. แตงร้าน ล้างน้ำปอกเปลือก หั่นแฉลบบางๆ อย่าให้ติดไส้
10. ต้นคื่นช่าย เลือกใบเสียออก ล้างน้ำตัดเป็นท่อนๆละ 1 นิ้ว
11. มะนาว ล้างน้ำผ่าครึ่งคั้นเอาแต่น้ำ กระเทียม ปอกเปลือกล้างน้ำ
วิธีปรุง
1. กระเทียม โขลกรวมกับพริกชี้ฟ้าแดง ให้ละเอียด ตักขึ้น
2. นำน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ผสมรวมกันแล้วใส่กระเทียมและพริกที่โขลกคนให้เข้ากัน รสค่อนข้างจัด การคลุกยำ ไม่ควรคลุกไว้นานเกินไปจะทำให้ไม่อร่อย
วิธีทำ
นำเครื่องทุกอย่างที่เตรียมไว้ ยกเว้นใบสะระแหน่ มาคลุกกับน้ำปรุงให้เข้ากันคนเบาๆ ชิมรสตามชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม         เจือน้ำส้มโรยพริกไทย

โอชาจะหาไหน                       ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง

น้องนำตับเหล็กมาลวกแล้วใส่น้ำส้มพร้อมกับโรยพริกไทยลงไปทำให้มีรสอร่อยมาก ไม่มีที่ไหนนำมาเปรียบกับฝีมือของน้องได้

 

 

 

 

 

 

 

                                                       
                                                                      ตับเหล็ก

เครื่องปรุง
ตับเหล็ก 1/2 กิโลกรัม                                     น้ำเปล่าสำหรับลวกพอท่วม
เครื่องปรุงน้ำจิ้ม                                              กระเทียมปอกเปลือก 20 กลีบ
เกลือป่น 1 ช้อนชา                                           พริกขี้หนูสวนเด็ดก้าน 30 เม็ด
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา                                     น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
ตับเหล็กล้างให้สะอาดพักไว้ตั้งน้ำที่จะลวกให้เดือด นำตับใส่หม้อ ลวกนานประมาณ 10 – 15 นาที พอสุกตักขึ้นเมื่อเย็นหั่นพอดีคำจิ้มน้ำส้ม
วิธีทำน้ำจิ้ม
โขลกกระเทียมกับเกลือพอแหลกนำพริกขี้หนูลงบุบพอแหลกเช่นกัน ใส่น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชูใช้ช้อนคนจนน้ำตาลทรายละลายตักใส่ถ้วยน้ำจิ้ม

 

 

         ๏หมูแนมแหลมเลิศรส                 พร้อมพริกสดใบทองหลาง

                                พิศห่อเห็นรางชาง                        ห่างห่อหวนป่วนใจโหย

หมูแนมมีรสดีเยี่ยม พร้อมมีพริกสดกับใบทองหลางเคียงพี่มองดูห่อหมูแนมแล้วเห็นสวยงาม แต่ครั้นพอพี่ห่างห่อหมูแนมทำให้หัวใจพี่ปั่นป่วนคิดถึงแต่น้องอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

                                                                          หมูแนม

 

ส่วนผสม
เนื้อหมู  ½ กิโลกรัม                แป้งแดง  1½ ช้อนโต๊ะ            หัวหอมแดงเล็กซอย 1ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว ¼ ถ้วยตวง                  น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ           ผิวส้มซ่าหั่นฝอย  ½ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 1/3ถ้วยตวง            หนังหมูหั่นฝอย¼ ถ้วยตวง      น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 2ช้อนโต๊ะ

ข่าหั่นบางๆ 15แว่น                 พริกสดสีแดง สีเขียว4 เม็ด      กระเทียมดองซอย1ช้อนโต๊ะเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ          มันหมูแข็งต้มสุกหั่นเล็กๆ2 ช้อนโต๊ะ                     
พริกขี้หนูสวน                         ใบทองหลาง ใบผักกาดหอม


วิธีทำ

-ล้างเนื้อหมูให้สะอาดซับด้วยผ้าขาวบาง ผึ่งให้น้ำแห้ง แล่พังผืดและมันออกให้หมด สับให้ละเอียด

-โขลกแป้งแดงและข่าให้ละเอียด ใส่เนื้อหมูลงโขลกจนเข้ากันดีตักใส่ชามใส่เกลือป่นและน้ำส้มสายชู

-ขยำจนเนื้อร่วน (มีลักษณะคล้ายสุก) คั้นเอาน้ำออกไปตั้งไฟให้สุกโดยไม่ต้องคนเรียกว่าน้ำสะเออะ

-ใส่เนื้อหมูลงคลุกขณะร้อนๆ พอสุกยกลงใส่น้ำมะนาว น้ำตาลทราย ข้าวคั่วทีละน้อย โดยใส่ไปคลุกไปจนเนื้อกระจาย

-ใส่หนังหมู มันหมู คลุกให้ทั่วกัน จึงใส่หัวหอมแดงซอย ผิวส้มซ่า กระเทียมดอง ลงคลุกพอทั่วกัน

-โรยพริกสดหั่นเฉียงบางๆ รับประทานกับใบทองหลาง ใบผักกาดหอม พริกขี้หนูสด

                              ๏ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น                     วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย

                              รสทิพย์หยิบมาโปรย                      ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ
               ก้อยกุ้งปรุงเสร็จแล้วกลิ่นหอมมากราวกับอาหารทิพย์เมื่อสัมผัสลิ้นอร่อยมากจนแทบขาดใจ ฝีมือปรุงอาหารของน้องจึงไม่มีใครเทียบได้

 

 

 

 

 

ก้อยกุ้ง

ส่วนผสม
1.กุ้งชักไส้ปอกเปลือก 2 ถ้วยตวง                   2.น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
3.ข่าเผาหั่นฝอย 1 ช้อนชา                                4.ตะไคร้หั่นฝอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
5.ผักชีดอยหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ                         7.ต้นหอมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ทุบกุ้งพอเนื้อแตก ใส่ชามไว้ใส่น้ำมะขามเปียกแล้วขยำแรงๆ จนเนื้อกุ้งซีดขาว คั้นน้ำออกจนแห้ง เก็บน้ำกุ้งไว้ด้วย
  2. โขลกข่า ตะไคร้ กระเทียม และหอมให้แหลก
  3. เอาน้ำกุ้งที่คั้นไว้ใส่กระทะตั้งไฟ เคี่ยวไฟจนงวดเกือบแห้ง ตักใส่บนเนื้อกุ้ง คลุกให้เข้ากัน
  4. ใส่เครื่องที่โขลก พริกป่น น้ำปลาร้า คลุกให้เข้ากันชิมรส เมื่อรสได้ที่แล้ว จึงใส่ข้าวคั่วและผักที่หั่นไว้
  5. เสิร์ฟกับผักสดต่างๆ เช่น ผักกาดหอม ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว ฯลฯ

เทโพพื้นเนื้อท้อง                 เป็นมันย่องล่องลอยมัน

                                  น่าซดรสครามครัน                ของสวรรค์เสวยรมย์

แกงปลาเทโพโดยใช้เนื้อท้องที่มีมันมาแกงดูน่าซดเสียเหลือเกิน คงมีรสอร่อยมาก เปรียบเหมือนอาหารทิพย์ที่พึงใจ

 

 

 

 



                                                           แกงเทโพ

เครื่องปรุงแกงเทโพ
เนื้อหมูสามชั้น 2 ขีด                                        ผักบุ้งไทยหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 2 ขีด
น้ำพริกแกงคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ                               กะทิ 3 ถ้วย
มะกรูด 1 ผล                                                    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ                                      น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงเทโพ
เริ่มจากจัดการกับเนื้อหมูก่อนด้วยการล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำเตรียมไว้ จากนั้นหันไปเอากะทิ 1 ถ้วยขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่น้ำพริกแกงคั่ว (หาซื้อได้ตามตลาด) ลงผัดจนหอมแล้วจึงใส่กะทิที่เหลือตั้งไฟต่อไปอีกจนเดือดแล้วก็ใส่หมูสามชั้นลงตามไปเมื่อหมูสุกดีแล้วก็ใส่ผักบุ้งตามพอผักเริ่มยุบเราก็เริ่มปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก เพิ่มกลิ่นหอมๆด้วยน้ำมะกรูด หรือจะใส่มะกรูดหั่นเป็นแว่นๆลงไปด้วยก็ได้ก็เป็นอันเสร็จแกงเทโพร้อนๆ ได้กลิ่นกะทิหอมๆ กินกับข้าวสวย

๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า           ทำน้ำยาอย่าง แกงขม

กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม       ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น

ด้วยความรักของน้องที่มีต่อพี่น้องจึงเปลี่ยนมาทำน้ำยาอย่างแกงขมเหมือนแกงอ่อมมะระ ซึ่งมีรสกลมกล่อมทำให้พี่ต้องชมฝีมือของน้องขาดปากและคลับคล้ายเห็นหน้าน้องตลอดเวลา

 


อ่อม

ส่วนผสม
เนื้อวัวและเครื่องในวัว 300 กรัม       น้ำเพี้ย ½ถ้วย     ข่าอ่อนซอย7แว่น        ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ           รากผักชี 3 ราก     ผักชีซอย ½ ช้อนโต๊ะ   ตะไคร้หั่น 1 ต้นต้นหอมซอย ½  ช้อนโต๊ะ                 น้ำมันพืช½ถ้วย

เครื่องแกง
พริกแห้ง 7 เม็ด                        พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด            หอมแดง 3 หัว         กระเทียม 20 กลีบ  
ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ      ขมิ้นซอย 1 ช้อนชา              เกลือ 1 ช้อนชา         กะปิ  ½ ช้อนโต๊ะตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. หั่นเนื้อวัวและเครื่องในวัวขนาดชิ้นพอคำ
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อและเครื่องในลงผัดใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชีผัดให้เข้ากันเติมน้ำเคี่ยวต่อจนเนื้อ
และเครื่องในนุ่ม
5. ใส่น้ำเพี้ยพอเดือด ปิดไฟโรยใบมะกรูด ผักชีต้นหอมและผักชีฝรั่ง

๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม                      แกงคั่วส้มใส่ระกำ
              รอยแจ้งแห่งความขำ                 ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม

น้องรู้เรื่องในการทำอาหารมากจริงๆนำเอาหมูป่ามาต้มทำแกงคั่วส้มใส่ระกำทำให้เห็นเค้าเงื่อนแห่งความลับระหว่างพี่กับน้องซึ่งมีแต่ความทุกข์ระทมใจ

 

 

 

             
             
                          
แกงคั่ว

เครื่องปรุง
เนื้อสันคอหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 3 ขีด                          ใบมะกรูด 10 ใบ ซอยให้เป็นสิ้นเล็กๆ ที่สุด
ตะไคร้ 2 ต้น ซอยให้บางๆ                                               พริกไทยอ่อน (เม็ดยังเขียวๆ) ประมาณ 20-30 เม็ด
ซีอิ้วขาวเห็ดหอม                                                 น้ำตาลทราย

เครื่องแกงคั่วกลิ้ง
พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด          พริกขี้หนูสด 10 เม็ด            ตะไคร้ซอย 1 ต้น           หอมแดง 2 หัว             
กระเทียม 8 กลีบ                   ขมิ้นซอย 1 ช้อนโต๊ะ           พริกไทยดำ 20 เม็ด        กะปิ 1 ช้อนชา
เมล็ดผักชี ครึ่งช้อนโต๊ะ       ข่าซอย ครึ่งช้อนโต๊ะ           เกลือป่น 1 ช้อนกาแฟ                                               
** เอา 1-10 ใส่ครกโขลกให้ละเอียด ทุกอย่างละเอียดแล้วใส่ 11 ลงไป หรือว่าซื้อเครื่องแกงคั่วกลิ้งจากตลาดก็ได้สักประมาณ 1 ขีด

วิธีทำ
– ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
– ใส่เครื่องแกงลงไปผัดให้หอม เติมน้ำเล็กน้อย รอให้น้ำแกงเดือดจนเครื่องแกงละลายหมด
– ใส่เนื้อสันคอหมูลงไปผัดในเครื่องแกงจนเนื้อหมูสุก ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย
– ใส่พริกไทยอ่อน ตะใครซอย ใบมะกรูดซอย ลงไปผัดให้เข้ากันเหลือน้ำขลุกขลิก

๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด                   ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม

คิดความยามถนอม                   สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์

น้องทำพล่าเนื้อสดกลิ่นหอมฟุ้งมากจนเร้าอารมณ์พี่ทำให้คิดถึงครั้งเมื่อเราเคยทะนุถนอมรักใคร่ใกล้ชิดกันด้วยความสดชื่นหอมหวน

 

 

 

 

 

 

 

                                                               พล่าเนื้อ

ส่วนผสม

เนื้อสันใน ½ กิโลกรัม               น้ำปลาดี 4-5ช้อนโต๊ะ                    น้ำปลาร้าต้ม1ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 5-6 ช้อนโต๊ะ            ข่าอ่อนสับละเอียด1ช้อนชา            ตะไคร้หั่นฝอย4ช้อนโต๊ะ
หอมแดงหั่นบางๆ2 ช้อนโต๊ะ     ใบมะกรูดหั่นฝอย 1ช้อนโต๊ะ         ต้นหอมซอย2ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งหั่นหยาบๆ2ช้อนโต๊ะ    สะระแหน่เด็ดเป็นใบๆ ¼ ถ้วยตวง

วิธีทำ

1. ล้างเนื้อสันในทั้งชิ้น ซับน้ำให้แห้ง แบ่งเป็นสองส่วน ย่างพอสุก หั่นเป็นชิ้นบางๆ                             

2. ผสมน้ำปลาดี น้ำปลาร้าต้ม น้ำมะนาว ข่าอ่อน เข้าด้วยกัน                                                                   

3. เคล้าเนื้อกับน้ำปรุงรสที่ผสมไว้ ใส่ตะไคร้หั่นฝอย หอมแดง ใบมะกรูด ผักชีฝรั่งเคล้าเบาๆ ให้
     เข้ากัน                                                                                                                                                   

4.ตักใส่ภาชนะ โรยผักชี สะระแหน่ รับประทานกับผักสด                                                                     

 

        ๏ล่าเตียงคิดเตียงน้อง                   นอนเตียงทองทำเมืองบน

                                 ลดหลั่นชั้นชอบกล                    ยลอยากนิทรคิดแนบนอน

พอเห็นอาหารที่ชื่อว่าล่าเตียงทำให้พี่คิดถึงเตียงนอนของน้อง ที่เป็นเตียงทองทำเหมือนอยู่บนสวรรค์ซึ่งมีลวดลายเป็นชั้นๆอย่างสวยงาม เห็นแล้วทำให้คิดอยากนอนกับน้อง

 

 

 

 

 
                                                                 ล่าเตียง

ส่วนประกอบ
หมูสับ1 ถ้วย                             กุ้งสับละเอียด 1/2 ถ้วย                           ถั่วลิสงคั่วบุบ1/4 ถ้วย
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ                     หอมใหญ่สับเล็กๆ 1/4 ถ้วย                    น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1 ราก                          พริกไทย 8-10 เม็ด                                 กระเทียม 3 กลีบ
แครอทขูดฝอย 2 เม็ด                 ผักชีเด็ดเอาแต่ใบ 1/4 ถ้วย                      ไข่เป็ด 4 ฟอง

วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี พริกไทยและกระเทียมให้ละเอียด ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟแล้วเอาเครื่องราก
ผักชีลงผัดให้หอม ใส่หมู กุ้งและหอมใหญ่ลงผัดให้สุก เติมน้ำปลาน้ำตาลและถั่วลิสง ผัดจน
งวด ยกลง
2. ตอกไข่ใส่ชาม แล้วตีให้แตกดี ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะก้นแบน ตั้งไฟอ่อนพอกระทะร้อน ใช้
มือจุ่มไข่ วาดเป็นสายลงในกระทะ ให้เป็นตารางขนาดใหญ่พอห่อได้ 1 คำพอไข่สุกค่อยๆ
ลอกขึ้นมาวางพักไว้บนจาน
3.ห่อล่าเตียง โดยตักไส้พอคำวางลงตรงกลางแผ่นไข่พับห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด
ประมาณ 1 นิ้วจัดใส่จานตกแต่งหน้าด้วยใบผักชีและแครอทขูดฝอยเสิร์ฟเป็นของว่างหรือ
รับประทานพร้อมข้าวก็ได้

เห่ชมเครื่องหวาน

๏ สังขยาหน้าตั้งไข่           ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง

เป็นนัยไม่เคลือบแคลง      แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ

 

 

 

 

 

 

ข้าวเหนียวสังขยา

ส่วนผสม
ข้าวเหนียว 4 ถ้วย        กะทิ 2 ถ้วย      เกลือป่น 4 ช้อนชา       น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

ส่วนผสมสังขยา
ไข่เป็ด 4 ฟอง              กะทิ 1 ถ้วย      น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. แช่ข้าวเหนียวใส่น้ำพอท่วม ทิ้งไว้ค้างคืนหรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมง สงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่หวดหรือลังถึงปูด้วยผ้าขาวบาง นึ่งประมาณครึ่งชั่งโมง
  2. ผสมกะทิ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ตั้งไฟจนน้ำตาลและเกลือละลาย ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่ภาชนะไว้
  3. พอข้าวเหนียวสุก ยกลงเทใส่กะละมัง ค่อยๆ เทกะทิลงข้าวเหนียว คนด้วยไม้พายให้ข้าวเหนียวกับกะทิเข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้จนระอุดี
  4. ผสมกะทิ น้ำตาลและไข่เป็ด ตีให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบางลงถาดสำหรับนึ่ง นึ่งประมาณ 20-30 นาที จนสุก
  5. จัดข้าวเหนียวลงจาน ตักสังขยาใส่หน้า เสิร์ฟรับประทาน

๏ ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ         แทรกใส่น้ำกะทิเจือ

    วิตกอกแห้งเครือ              ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย

 

 


ซ่าหริ่ม

ส่วนผสม
แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วย                  น้ำดอกมะลิ 8 ถ้วย                  น้ำใบเตยข้นๆ 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วย                  หัวกะทิ 1 ถ้วย                         น้ำแข็งทุบละเอียด

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งถั่วเขียวกับน้ำดอกมะลิ 5 ถ้วย น้ำใบเตย 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน อย่าให้แป้งเป็นเม็ด ใส่กระทะทอง ตั้งไฟกวนไปทางเดียวกัน อย่าให้แป้งติดก้นกระทะ กวนจนแป้งสุกใส
  2. ตักแป้งที่สุกแล้ว ใส่ลงในกระป๋องที่เจาะรูเล็กๆ หลายรู ยกกระป๋องให้สูงจากอ่างน้ำเย็น แล้วกดแป้งเป็นระยะ ให้แป้งลอดรูออกมาเป็นเส้นๆ ลงอ่างน้ำเย็น คอยถ่ายน้ำให้เย็นอยู่เสมอ เสร็จแล้วเทเส้นซ่าหริ่มใส่ผ้าขาวบาง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  3. ละลายน้ำตาลทรายและน้ำดอกมะลิอย่างละ 3 ถ้วย ลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ใส่กะทิ คนให้เข้ากัน พอเดือดยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น
  4. เวลารับประทาน ตักซ่าหริ่มใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบละเอียด

 

 

๏ ลำเจียกชื่อขนม              นึกโฉมฉมหอมชวยโชย

                                    ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย          โหยไห้หาบุหงางาม


ลำเจียก

ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย                    
2. หัวกะทิ ½ ถ้วย
3. มะพร้าวขูด 1 ถ้วย                          
4. น้ำตาลมะพร้าว 1½ ถ้วย

วิธีทำ

  1. นำน้ำตาลมะพร้าวใส่กระทะทองผสมน้ำเล็กน้อย ตั้งไฟให้ละลาย ใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวให้เหนียว ยกขึ้นพักไว้สำหรับทำไส้
  2. นวดแป้งข้าวเหนียวกับหัวกะทิ นำใส่แร่งร่อนในกระทะก้นแบน ใช้ไฟอ่อน โรยให้แป้งบางเสมอกัน นำไส้ที่อบไว้วางตรงกลาง ใช้เหล็กที่ตัดขนมแซะแป้งตลบเข้าห่อไส้ไว้ เรียงใส่โถหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท อบด้วยควันเทียนให้หอม

 

 

 

๏ มัศกอดกอดอย่างไร            น่าสงสัยใคร่ขอถาม

กอดเคล้นจะเห็นความ           ขนมนามนี้ยังแคลง

 

 

 

 

 

มัศกอด

ส่วนผสม
มะพร้าวขูดขาว 200 กรัม        คั้นแล้วเคี่ยวให้เป็นขี้โล้ ¼ ถ้วย             น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย           สีผสมอาหารสีชมพู ฟ้า เขียว เหลือง        แป้งเค้ก 2 ถ้วย
ไข่ขาวสำหรับแต่งหน้า 2 ฟอง                   น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1 ถ้วย          ไข่ไก่ 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตีไข่ให้ขึ้น แล้วทยอยใส่น้ำตาลลงไปขณะตีจนขึ้นฟู ใส่แป้งลงในไข่ที่ตีขึ้นแล้ว โดยใช้ไม้ตีไข่ คนตะล่อมไปทางเดียวกันให้เข้ากัน อย่าคนมากนักขนมจะยุบ
  2. ทาพิมพ์ด้วยน้ำมันขี้โล้ให้ทั่ว อบพิมพ์ให้ร้อน แล้วตักแป้งที่ผสมแล้วใส่ลงไป 3/4 พิมพ์ นำไปเข้าเตาอบ อบทั้งไฟบนและล่าง ใช้ไฟอ่อนความร้อนประมาณ 250-300 องศาฟาเรนไฮด์ อบประมาณ 15-20 นาที คอยสังเกตให้ขนมพอเป็นสีนวล นำออกจากเตาแล้วรีบแกะออกจากพิมพ์ ถ้าทิ้งไว้ให้เย็นจะแคะออกจากพิมพ์ยาก
  3. ตีไข่ขาวให้ฟู ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไป ตีเรื่อยๆ จนขึ้นฟูแข็ง แบ่งใส่สีต่างๆ ตามต้องการ นำไปทาหน้าขนมจนทั่ว อบเฉพาะไฟบน 3-5 นาทีหรือจนกว่าหน้าขนมจะเป็นสีนวล จึงใช้ได้ ถ้าจะรับประทานกับมะพร้าวทึนทึก ต้องขูดมะพร้าวหยาบๆ แล้วโรยลงไปบนไข่ขาวที่ทาหน้าขนม แล้วจึงนำไปอบพอเหลืองนวลเช่นกัน

 

ขนมจีบเจ้าจีบห่อ                 งามสมส่อประพิมพ์ประพาย

นึกน้องนุ่งจีบกราย                 ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

 

 

 

 

 

 

ขนมจีบ

ส่วนผสม
แผ่นเกี๊ยว 20 แผ่น        เนื้อหมูบดละเอียด 200 กรัม    กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา      รากผักชี 1 ช้อนชา       ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ    ซอสแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ผักชีเด็ดเป็นใบ 20 ใบ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเป็นเส้น 1 เม็ด

วิธีทำ
1. นำรากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลกรวมกันให้ละเอียด
2. นำเนื้อหมูผสมกับเครื่องที่โขลก ผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ซอสแม็กกี้ น้ำตาลทราย
ให้เข้ากัน
3. นำแผ่นเกี๊ยวห่อส่วนผสมของเนื้อหมู นำใส่ถ้วยตะไลเล็ก ตกแต่งปากถ้วยด้วยกรรไกรให้
เรียบร้อย วางใบผักชีและพริกชี้ฟ้า
4. นำขนมจีบเรียงใส่หม้อซึ้ง นึ่งไฟปานกลางประมาณ 15–20 นาที ยกลงกินคู่กับน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ      ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ    น้ำส้ม 2 ช้อนโต๊ะ        น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
นำส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน ตั้งไฟ พอเดือดยกลง

๏ รสรักยักลำนำ                     ประดิษฐ์ทำขนมเทียน

            คำนึงนิ้วนางเจียน                  เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม

 

 

 

 

 

ขนมเทียน


ส่วนผสมประกอบด้วย

แป้งข้าวเหนียว 5 ถ้วยตวง, น้ำตาลปิ๊บ 1 ถ้วยตวง,น้ำเปล่า 1½ ถ้วยตวง,น้ำมันพืช ½ถ้วยตวง

วิธีทำ
นวดแป้งกับน้ำตาลให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าที่ละน้อย นวดจนนิ่มมือพักแป้งไว้ ประมาณ 30 นาที

ส่วนผสมไส้
1. ถั่วเขียวซีกนึ่งสุกนิ่ม 4 ถ้วยตวง,ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบๆ ½ ถ้วยตวง,
2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง,เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ,พริกไทยป่น 1ช้อนโต๊ะ,
3. หอมแดงสับละเอียด 4-5 หัว,น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.ผัดหอมแดงกับน้ำมันพืชจนหอม ใส่ถั่วแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น พริกไทย ผัดให้เข้ากัน
เติมถั่วลิสงคั่ว ผัดต่อจนเข้ากันและแห้งปั้นเป็นก้อนได้ไม่ติดมือ ตักขึ้นวางไว้ให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลมๆ
2.เตรียมส่วนผสมไส้แล้วห่อด้วยแป้งที่นวดไว้เป็นก้อนส่วนใบตองตัดเป็นรูปหยดน้ำขนาดตามต้องการ
3.นำแป้งที่ห่อไส้แล้วมาห่อโดยนำใบตองที่ตัดไว้ทำเป็นกรวย
4.วางแป้งลงตรงกลาง พับด้านรอยพับกรวย แล้วพับด้านข้างเข้าหากัน
5.พับปลายสอดเข้าด้านในให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม
6.นึ่งจนสุก ประมาณ 15 นาทีเสร็จแล้วค่ะขนมเทียนไส้เค็ม

ทองหยิบทิพย์เทียมทัด         สามหยิบชัดน่าเชยชม

หลงหยิบว่ายาดม                    ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ

 

 

 

ทองหยิบ

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 5 ฟอง
ไข่เป็ด 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
น้ำดอกไม้ 2 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีการทำ
ต่อยไข่เป็ดและไข่ไก่ใส่ชามไว้แล้วใช้มือช้อน แยกเอา ไข่แดงใส่ชามใบใหม่ ต้มน้ำตาลกับน้ำให้เดือด น้ำตาลละลายหมด จึงกรองให้ สะอาด (ใช้ผ้าขาวบาง) เทกลับลงกระทะทอง พอเดือดตัก ใส่ขันไว้ 1/3 ถ้วยตวง เติมน้ำมะนาวลงในกระทะทอง เคี่ยว ต่อไปจนน้ำเชื่อมงวด ขณะที่ต้มน้ำเชื่อม หมั่นช้อนฟองออก ทิ้งไปด้วย ตีไข่แดงให้ขึ้นฟู คือ ฟองอากาศละเอียดและเปลี่ยนเป็นสี นวล หรือประมาณ 5 นาที (ตีด้วยที่ตีไข่มือ) ยกกระทะน้ำเชื่อมที่ข้นได้ที่แล้วลงจากเตา เพื่อให้น้ำเชื่อม หยุดเดือด หรือจะยังคงให้กระทะน้ำเชื่อมอยู่บนเตา แต่พรม น้ำลงไปเล็กน้อยก็ได้ เมื่อน้ำเชื่อมนิ่งตักไข่ที่ตีแล้วหยอดให้ เป็นแผ่นกลมเล็ก ๆ ให้เต็มกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใช้ ไม้ปากเป็ด พลิกชิ้นขนมกลับ ต้มต่อจนไข่สุก ตักไข่ขึ้นใส่ จานน้ำเชื่อม พอคลายร้อนเล็กน้อย รีบหยิบให้เป็น 3 หรือ 5 กลีบ โดยใช้ ไม้ไผ่เหลากลม ๆ ช่วย วางดอกที่หยิบแล้วลงในถ้วยตะไล พักไว้จนเย็นสนิทหรือเมื่อจะเสิร์ฟจึงเทออกจากถ้วยตะไล เครื่องใช้พิเศษถ้วยตะไลไม้ปากเป็ด ไม้ไผ่เหลาแบน ๆ เหมือนไม้ พายอันเล็ก ๆ จะใช้สปาตูล่าหรือส้อมแทนก็ได้ ไข่ที่ใช้ทำทองหยิบจะใช้ไข่เป็ด หรือไข่ไก่เพียงอย่างเดียวก็ได้ ถ้าใช้ไข่เป็ดล้วนเนื้อขนมสีเหลืองเข้มแต่แข็ง ถ้าใช้ไข้ไก่ล้วนเนื้อ ขนมสีอ่อนและ เนื้อนุ่มมากความข้นของน้ำเชื่อมนั้น คุณหญิงเจือทอง อุรัสยะนันทน์ แนะนำ เทคนิคการดูความเข้มข้นไว้ในตำรับขนมไทยของสายปัญญาสมาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ว่า “ใช้นิ้วแตะน้ำเชื่อมจะรู้สึกว่าเหนียว”

การตีไข่ต้องข้นพอดี ถ้าตีน้อยไป ขนมจะด้านแข็ง ไม่อมน้ำเชื่อม ถ้าตีน้อยไป ขนมจะด้านแข็ง ไม่อมน้ำเชื่อม ถ้าตีนานเกินไป ไข่จะ แตกกระจายได้ง่าย ไม่เกาะตัวเป็นแผ่น ทองหยิบต้องสีเหลืองสวย จีบที่หยิบสม่ำเสมอจะเป็น 3 หรือ 5 กลีบก็ได้ เนื้อฟูเต็มถ้วย อุ้มน้ำเชื่อมพอฉ่ำ มีความเงามัน

กลิ่นหอมไข่ ผสมกับกลิ่นน้ำตาลและน้ำดอกไม้ รสหวาน หอม และนุ่มเมื่อกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       ๏ขนมผิงผิงผ่าวร้อน              เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน

ร้อนนักรักแรมไกล                 เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง

 

 


ขนมผิง

ส่วนผสม
1. แป้งมัน 2 1/4 ถ้วยตวง
2. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
4. ไข่แดง(ไข่ไก่) 2 ช้อนชา

วิธีทำขนมผิง
1.หัวกะทิใส่กระทะทองตั้งไฟอ่อนๆ ใส่น้ำตาลลงในกะทิเคี่ยวจนเป็นยางมะตูมลงพักไว้สักครู่
2.ใส่แป้งมันลงในน้ำกะทิที่เคี่ยวไว้คนแรงๆเร็วๆ ให้ทั่วใส่ไข่แดงคนให้เข้ากัน แล้วนวดต่อจน
นุ่ม หมักไว้ 2-3 ชั่วโมง
3.ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมๆ วางลงบนถาดที่ทาน้ำมันไว้บางๆห่างกันประมาณ 1นิ้วจนเต็มถาด
นำไป
4.อบที่อุณหภูมิ 270-300 องศาฟาเรนไฮท์ประมาณ 10-20จนขนมสุก แซะออกจากถาดปล่อย
ไว้ให้เย็นแล้วจึงนำเก็บใส่ขวดโหล

 

               ๏รังไรโรยด้วยแป้ง               เหมือนนกแกล้วทำรังรวง

โอ้อกนกทั้งปวง                    ยังยินดีด้วยมีรัง

 

 

 

 

 

รังไร

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้าอย่างดี 1 ถ้วย                    แป้งมันหรือแป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยน้ำดอกไม้ 1 ถ้วย                      สีผสมอาหาร
น้ำตาลโรยหน้า                                    น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
งาขาว 1/4 ถ้วย                                                กะทิหยอดหน้า
หัวกะทิข้นๆ 1 ถ้วย                             (มะพร้าว 200 กรัม ใส่น้ำ 1/2 ถ้วย)
เกลือ 1/2 ถ้วย                                      มะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วย
วิธีทำแป้ง
1.ผสมแป้งข้างเจ้า แป้งมัน น้ำเข้าด้วยกัน ใส่สี
2.ยกขึ้นตั้งไฟกวน พอแป้งเริ่มข้นหรี่ไฟลงกวนต่อไปจนแป้งล่อนกับกระทะ
3.นำขึ้นมานวดจนแป้งไม่ติดมือ โดยใช้แป้งมันแตะบางๆขณะที่นวด
4.แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ก้อนละ 25กรัม
5.วางแป้งที่ปั้นบนพิมพ์ค่อยๆกดจนหมดก้อนแป้งขณะที่กดใช้ส้อมคอยตะล่อมให้เป็นวงกลม
6.ปูผ้าขาวบางในลังถึงใช้ส้อมหรือปลายมีดค่อยๆ แซะแป้งออกจากพิมพ์วางพิมพ์ลงในลังถึง
7.นึ่งแป้ง 1 นาที ยกลงจัดใส่จาน โรยด้วยกะทิน้ำตาลมะพร้าว
น้ำตาลโรยหน้า
1.คั่วงาขาวด้วยไฟอ่อนจนเหลืองหอมใส่ครกบุบพอแตก
2.ผสมกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน
กะทิ
คั้นกะทิข้นๆ โดยใส่น้ำแต่น้อย ใส่เกลือยกขึ้นตั้งไฟอ่อนคนจนกระทั่งกะทิข้น ยกลง
ควรใช้หัวกะทิข้นจริงๆ
มะพร้าวโรยหน้า
1.ขูดมะพร้าวทึนทึกเป็นเส้นขาวๆโดยใช้ที่ขูด
2.นำไปใส่ลังถึงที่ปูด้วยผ้าขาวบาง นึ่งประมาณ 5 นาทียกลง

ลักษณะที่ดี

1.เส้นขนมกลมเล็กสวย
2.แป้งนุ่มไม่แข็งกระด้าง ไม่เละ
3.สีอ่อนสวย
4.มีกลิ่นหอมโดยอาจจะอบด้วยเทียนอบ

เคล็ดที่ไม่ลับ

1.การกวนแป้งต้องกวนให้สุกได้ที่มิฉะนั้นเวลานวดแป้งจะติดมือ
2.ถ้าไม่ลงไฟลงจะทำให้ขนมไหม้ก่อนสุก

 

 

          ๏ทองหยอดทอดสนิท               ทองม้วนมิดคิดความหลัง

   สองปีสองปิดบัง                        แต่ลำพังสองต่อสอง

 

 

 

 

ทองหยอด

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 20ฟองแป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย                   น้ำตาลทราย  8 ถ้วย

น้ำ  5 ½  ถ้วยใบเตยหั่นเป็นท่อนๆ  8-10 ใบ

 

   

 

วิธีทำ

1.เตรียมน้ำเชื่อมใส สำหรับแช่ทองหยอดโดยใส่น้ำตาล 3 ถ้วยน้ำ 3 ถ้วย และใบเตย 4-5 ใบ ลง
ในหม้อ ตั้งไฟพอเดือดจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลง แล้วทิ้งไว้ให้เย็น           

2.เตรียมน้ำเชื่อมข้น สำหรับหยอดทองหยอดใส่น้ำตาล 5 ถ้วยน้ำ 21/2 ถ้วย และใบเตย 4-5ใบ
ลงในหม้อ ตั้งไฟพอเดือดจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงแล้วทิ้งไว้ให้เย็น       

3.ต่อยไข่ใส่ชาม แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง

4.ตีไข่แดงให้ขึ้นฟู 3 นาที ความเร็วกลางๆ                                                                       

5.ตวงไข่แดงที่ขึ้นฟู 3 ช้อนโต๊ะ ใส่ชามไว้ นำแป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะเทลงผสมคนให้เข้ากัน จน
เนื้อเนียน (แต่อย่าาคนให้นานเกินไป เพราะจะทำให้แป้งเหนียว) หยอดแล้วจะเป็นไตแข็ง   

6.นำน้ำเชื่อมข้นที่เตรียมไว้ขึ้นตั้งไฟให้เดือดพล่านมีฟองเต็มกระทะ (จะได้ประคองขนมให้ได้
รูปทรงอยู่ตัว) 

7.ใช้ส่วนปลายช้อนขนมหวานปาดส่วนผสมไข่แดงกับแป้งข้าวเจ้าขึ้นมาอยู่ที่ปลายช้อน
    ประมาณ 1 ซม. แล้วใช้นิ้วโป้งดันลงในน้ำเชื่อม ให้เป็นรูปหยดน้ำ (ต้องทำให้เร็วทองหยอด
     จึงจะสวย) 

8.ขณะรอขนมสุก ให้เติมน้ำ 1 ทัพพีลงไปรอบๆกระทะ(เพื่อไม่ให้น้ำเชื่อมเข้มขนเกินไป
   น้ำเชื่อมข้นเกินไปจะทำให้สุกช้า เนื่องจากน้ำเชื่อมไม่สามารถซึมเข้าไปในเนื้อขนม)
   เพราะทองหยอดมีส่วนผสมของแป้งจึงทำให้สุกช้ากว่าทองหยิบ   

9.เมื่อขนมสุกใส ให้ใช้ทัพพีตักขึ้นแช่ในน้ำเชื่อมใสที่เตรียมไว้

10. ขนมเย็นแล้วจึงตักขึ้นไปจัดใส่ภาชนะ

11. ผสมไข่กับแป้งข้าวเจ้า อีกตามสัดส่วนที่กำหนด และเช่นเดียวกันหมดเมื่อหัดหยอดด้วย
     ปลายช้อนไปนานๆ จนชำนาญแล้วทดลองหยอดด้วยมือดูบ้างได้

 

 

 

 

 

 

 

ทองม้วน

ส่วนผสม
1. แป้งสาลี 850 กรัม
2. น้ำตาลทราย 600กรัม
3. ไข่เป็ด 5 ฟอง
4.  มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
5. แป้งหอมผสมอาหาร 1/2 ช้อนชา
6. งาขาว

วิธีทำ
1. นำมะพร้าวไปคั้นให้ได้น้ำกะทิจากนั้นจึงนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวจนกะทิ
     แตกมัน
2. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลทรายแล้วจึงนำน้ำกะทิที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งมาผสม คนจนแป้ง
    ละลายดี
3. ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนขึ้นฟองจึงใส่แป้งหอมผสมอาหารและงาขาว คนจนผสมกันทั่ว
    พักทิ้งไว้
4. ทาน้ำมันบนกระทะแบนรอจนร้อนจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไป รอให้สุกจึงกลับหน้าให้
     เหลืองทั้งสองด้านขณะที่ขนมยังร้อน พับม้วนตามต้องการ จึงนำออกจากเตา
5. เสริฟรับประทานได้ทันทีหรือเก็บในภาชนะมิดชิดเพื่อไว้รับประทานภายหลัง

 

 

 

 

 

 

 

๏ งามจริงจ่ามงกุฏ                  ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง

เรียมร่ำคำนึงปอง                    สะอิ้งน้องนั้นเคยยล

 

 

 

 

จ่ามุงกุฎ

ส่วนผสม
เม็ดแตงโมแกะแล้ว 1/2 ถ้วย       น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย     น้ำดอกมะลิ 1 ถ้วย
ทองคำเปลวแท้ 2 แผ่น               แป้งสาลี 1 ถ้วย ไ           ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง

วิธีการทำ

เชื่อมน้ำตาล โดยใช้น้ำตาลกับน้ำดอกมะลิตั้งไฟให้เดือด กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วตั้งไฟต่ออีก 5 นาที ล้างขัดกระทะทองเหลืองให้สะอาดเป็นเงา ตะแคงข้างหนึ่ง คั่วเม็ดแตงโม โดยใช้มือจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วกวาดไปมา จนน้ำตาลแห้งแล้ว ใช้มือจุ่มน้ำเชื่อม ทำเช่นนี้ต่อไปจน น้ำตาลเกาะเป็นหนามติดเม็ดแตงโมพองาม เก็บใส่ภาชนะ อย่าให้อากาศเข้า ระหว่างที่กวาดเม็ดแตงโมอยู่นั้น ต้องตะแคงกะทะและใช้ ผ้าขาวบาง เช็ดกะทะให้สะอาดอยู่เสมอ นวดแป้งกับไข่แดงจนนิ่มมือ ถ้ายังแห้งอยู่จึงเติมน้ำ แล้ว คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ กดให้กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร นำแผ่นแป้งที่ตัดแล้ว ใส่ในถ้วยตะไลใช้มือ กดเบา ๆ ให้เป็นรูปก้นถ้วยตะไล ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วจึงเอาไป อบพอสุกกลายเป็นแป้งรองขนม การทำมงกุฏ ให้เอาน้ำตาลทรายใส่หม้อเล็ก ๆ ใส่น้ำนิด หน่อย ตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำตาลละลายเอาเม็ดแตงโมที่ กวาดไว้แล้วลงจุ่มให้น้ำตาลติดกับแป้งที่อบไว้รอบ ๆ ปั้นทองเอกกลม ๆ วางตรงกลาง ใช้มีดปลายแหลมผ่าเป็น 6 พู เหมือนผลมะยม แล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ เท่าเม็ดถั่วเขียว วางบนยอดขนมที่ผ่าไว้ ใช้ทองคำเปลวตัดเป็นสี่เหลี่ยมชิ้น เล็ก ๆ แตะตรงยอดมองเห็นเหมือนมงกุฏ

 

บัวลอยเล่ห์บัวงาม                   คิดบัวกามแก้วกับตน

                                  ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล                    สถนนุชดุจประทุม

 

 

 

บัวลอย

ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเหนียว (ซึ่งหาซื้อได้จากตลาดทั่วไป)
2. หัวกะทิ
3. เนื้อมะพร้าวขูด
4. เกลือป่น
5. น้ำตาลทราย

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำเปล่าให้เนื้อแป้งนุ่มและเข้ากันดี
2. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ จนหมดต้มในน้ำเดือด จนสุกลอยขึ้น ตักเช่นน้ำเย็น
3. ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ ลงในหม้อตั้งไฟ พอเดือดใส่ใบเตย เมื่อมีกลิ่นหอมตักใบเตยออก
4. ใส่เม็ดบัวลอยที่พักไว้ลงในหม้อคนพอเข้ากัน ยกลง
5. ตักใส่ถ้วยโรยเนื้อมะพร้าวอ่อนเสิร์ฟ

 

บทที่ 5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผล

         ผลการศึกษาอาหารไทยในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้อาหารทั้งหมด 29 ชนิด

  1. นำข้อมูลที่ได้จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มาทำเป็นโครงงาน เรื่องอาหารไทยในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

–         อาหารหวาน 16 ชนิด

–         อาหารคาว 13 ชนิด

  1. ทำให้เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม
  2. ความรู้ที่ได้จากการทำโครงงานในครั้งนี้ สามารถนำไปประกอบอาหารในชีวิประจำวันได้ และยังสามารถนำไปประกอบเป็นธุรกิจส่วนตัวได้อีกเช่นกัน

 

ข้อเสนอแนะ

ในการจัดทำโครงงานในครั้งนี้สามารถนำมาใช้ศึกษาโครงงานในลักษณะเดียวกันในครั้งต่อไป เช่น   1. สามารถนำเอาไปประกอบอาหารได้ และสมุนไพรที่ใช้ในการทำอาหารไทย   
                               มีอะไรบ้าง
                           2. จัดทำสูตรการทำอาหารไทยแบบต้นตำหรับไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนด้วย
                           3. ไปศึกษาต้นตำหรับอาหาร และของหวานไทยให้ทั่วทุกภาค
                               เพื่อที่จะได้รู้ว่าอาหารจำพวกนี้คือ อาหารประจำภาคใด 

 

 

บรรณานุกรม

ขวัญใจ เอมใจ. (2540). ขนมไทย,[ออนไลน์].สืบค้นข้อมูล
               เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2554,เข้าถึงได้จาก:http://www.thaidessert.com
ดนุชณัฐ์ ติณเวส.(2547). ธุรกิจสมุนไพรว.สมุนไพร, [ออนไลน์]. สืบค้นข้อมูล
               เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2554,เข้าถึงได้จาก:http://www.thaidessert.com
นิภาพร ทับหุ่น.(2546). ขนมไทยคู่ควรค่ามงคลคุณ กินรี,[ออนไลน์]. สืบค้นข้อมูล
               เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2554,เข้าถึงได้จาก:http//www.thaidessert.com
วันดี ณ สงขลา.(2547). อาหารไทยในวรรณคดี,[ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 24
               ตุลาคม 2554, เข้าถึงได้จาก:http/www.thaidessert.com
ตำรับขนมไทย สำนักพิมพ์แสงแดดมิถุนายน 2539
ขนมไทย ฉบับพิเศษเนชั่นสุดสัปดาห์ มปป.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชุมวางแผนการทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สืบค้นข้อมูลและรวบรวมข้อมูล

 

ออกแบบแผ่นพับ

 

จัดทำเป็นรูปเล่มของโครงงานและแผ่นพับ

                                                         

 

 

 



ช่วยกันทำบอร์ดจัดแสดงโครงงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s