1. ชื่อ Best Practice “เกมพยัญชนะสร้างสรรค์พัฒนาการอ่าน-เขียนพยัญชนะ ของนักเรียนเรียนร่วมระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1”

2. ข้อมูลทั่วไปของผู้พัฒนา Best Practice
2.1 ผู้พัฒนา Best Practice
ชื่อ-สกุล นางปิยพร มิ่งเมือง
2.2 โรงเรียนมัธยมป่ากลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37

3. เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา Best Practice
1. เพื่อพัฒนานักเรียนเรียนร่วม ให้สามารถอ่านเขียนพยัญชนะได้
2. เพื่อให้นักเรียนเรียนร่วมเรียนอย่างมีความสุข
3. เพื่อให้นักเรียนเรียนร่วมสามารถจำแนกพยัญชนะนำไปสู่การอ่านเขียนสะกดคำต่อไป

4. ระยะเวลาในการพัฒนา Best Practice (ระบุช่วงเริ่มต้นการพัฒนา และระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนา)
ปีการศึกษา 2556 และระยะเวลาในการพัฒนา 2 สัปดาห์

5. ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ระหว่าง Best Practice กับเป้าหมาย/จุดเน้นของสถานศึกษา/สพป./สพม./สพฐ.
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ สำคัญดังนี้
ข้อ1 เพิ่มโอกาสให้คนพิการได้รับบริการทางการศึกษา
ข้อ 2 พัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลให้เหมาะสมสำหรับคนพิการ
จากยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ดังกล่าวมาแล้วนั้น มีประเด็นสำคัญ 2 ประการ คือ การให้โอกาสทางการศึกษากับนักเรียนเรียนร่วมและส่งเสริมการวิจัย พัฒนามาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษารวมทั้งการจัดหลักสูตร นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทดสอบทางการศึกษา การวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคลแต่ละประเภท ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุระดับมีผลงานวิจัย เพื่อพัฒนานักเรียนเรียนร่วมให้มีความสามารถตามศักยภาพของแต่ละบุคคลสามารถเรียนรวมในโรงเรียนอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข

6. แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนา Best Practice
การบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง SEAT ดังนี้
1. ด้าน S : Students (นักเรียน) พบว่านักเรียนพิการมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
นักเรียนทั่วไปในโรงเรียนเกิดความตระหนักถึงการช่วยเหลือเด็กพิการ เป็นการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียนเป็นที่พึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง โดยการมีการดำเนินการดังนี้
1.1 เตรียมความพร้อมของนักเรียนที่มีความบกพร่อง
1) ด้านร่างกาย การเตรียมตัวเด็ก การทำความสะอาดร่างกาย เช่น ผม เล็บมือ เล็บเท้า ผิวหนัง เสื้อผ้าที่สวมใส่
2) ด้านวิชาการ มีการทดสอบการพัฒนาตนเอง การช่วยเหลือตนเอง เช่น การแต่งกาย การรับประทานอาหาร
3) ด้านอารมณ์ และสังคม ดูการอยู่ร่วมกันในสังคมและการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
1.2 เตรียมความพร้อมนักเรียนทั่วไป
1) จัดประชุมนักเรียนทั่วไปให้มีความรู้ความเข้าใจ เกิดการยอมรับความบกพร่องของนักเรียนพิการ รู้จักช่วยเหลือและปฏิบัติต่อนักเรียนพิการอย่างถูกวิธี
2) จัดอบรมนักเรียนทั่วไป โดยให้นักเรียนปกติใช้บทบาทสมมติเช่นลองให้หลับตาเดิน การใช้สำลีอุดหู การเดินขาข้างเดียว เป็นต้น
2. ด้าน E: Eneironment (สิ่งแวดล้อม) เพื่อให้ชุมชนเข้าใจการจัดการศึกษาพิเศษเรียนรวมกับเด็กทั่วไปมากขึ้น โดยดำเนินการดังนี้
2.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ การจัดสภาพแวดล้อมที่ข้อจำกัดน้อยที่สุด มีห้องน้ำ ห้องส้วมสำหรับเด็กพิการ
2.2 บุคคลสำคัญในชีวิตเด็ก
แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรียนร่วมประจำโรงเรียน เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน บทบาทของบุคลาการ รูปแบบการจัดการเรียนร่วม
1) เข้าพบครู พุดคุยกับครูประจำชั้น และครูทุกคน ในการประชุมวิชาการและการประชุมภาคเรียนละ 1 ครั้ง
2) พบผู้ปกครองนักเรียนพิการ สร้างความเข้าใจ แนวทางแก้ไขปัญหาของนักเรียนพิการเป็นรายบุคคล

3. ด้าน A: Activities ( ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน) นักเรียนพิการทุกคนมีแผนการจัด
การศึกษา( IEP) ครูทุกคนในโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีโอกาสเข้ารับการอบรม การจัดการเรียนการสอนที่นำเกมมาผสมผสานกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเรียนร่วมเรียนรู้อย่างมีความสุขและพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
4. ด้าน T: Tools ( เครื่องมือ)
หลักการ SBM ซึ่งประกอบด้วยหลักดุลยภาพ หลักการริเริ่ม หลักการกระจายอำนาจ และหลัก ระบบบริหารจัดการตนเอง โดยเฉพาะหลักการกระจายอำนาจ หลักการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมในการบริหาร ตัดสินใจ และร่วมจัดการศึกษา ทั้งครู ผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ตัวแทนศิษย์เก่า และตัวแทนนักเรียน การที่บุคคลมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและจะรับผิดชอบในการจัดการศึกษามากขึ้น
หลักการวัฏจักรเดมิ่ง ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (P) การลงมือปฏิบัติ (D)
การตรวจสอบ (C) และการปรับปรุงระบบวิธีการทำงาน (A)

ปรัชญาและทฤษฎีพื้นฐานของการเรียนร่วมของเด็กพิเศษ
1. มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในโอกาสทางการศึกษา
2. มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการอยู่ร่วมกันในสังคม
3. การเรียนการสอนในชั้นเรียนย่อมสนองความแตกต่างของแต่ละบุคคล
ปรัชญาและทฤษฎีพื้นฐานการเรียนร่วมของเด็กพิเศษ บ่งชี้ถึงความเท่าเทียมกันตามสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษา สังคม การยอมรับสภาพความแตกต่างของบุคคลทฤษฎีนี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยเน้นความสำคัญใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้
1. แต่ละคน ควรได้รับการส่งเสริมให้ใช้ปัญญาด้านที่ถนัด เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้
2. ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ควรมีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้สอดรับกับปัญญาที่มี
อยู่หลายด้าน
3. ในการประเมินการเรียนรู้ ควรวัดจากเครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถครอบคลุมปัญญาในแต่ละด้าน

7. กระบวนการพัฒนา Best Practice
7.1 กลุ่มเป้าหมายในการนำ Best Practice ไปใช้
นักเรียนเรียนร่วมระดับชั้น ม.1 จำนวน 15 คน

7.2 ขั้นตอนการพัฒนา Best Practice

อ่านเขียนได้ อ่านไม่ได้ อ่านได้ไม่ถึง50%

ข้อควรคำนึงในการสอนเด็กพิเศษเรียนร่วมเด็กปกติ
1. สร้างบรรยากาศของการสนับสนุนซึ่งกันและกัน
2. ใช้วิธีเรียนแบบร่วมมือในการเรียนรู้
3. สอนเรื่องเดียวกันแก่เด็กที่มีความสามารถต่างกัน
4. ใช้ผู้ช่วยสอนมาช่วยสอนในห้องเรียน
5. สร้างทีมสนับสนุนโรงเรียน
การช่วยเหลือเด็กพิเศษในชั้นเรียนปกติ
1. ให้การช่วยเหลือเป็นรายบุคคล
2. การได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
3. อาจต้องมีผู้ช่วยคอยให้การช่วยเหลือเด็ก
4. การสอนเสริมจะช่วยให้เด็กพัฒนาได้เร็วขึ้น
การช่วยเหลือเด็กบกพร่องทางสติปัญญาในชั้นเรียนปกติ
1. สอนเป็นลำดับขั้นตอนอย่างละเอียด
2. ให้ทำซ้ำ ๆ ฝึกหัดบ่อย ๆ
3. ให้เด็กออกเสียงในสิ่งที่เรียน
4. ต้องมีแรงจูงใจในด้านเนื้อหา กิจกรรม
5. ต้องประเมินพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง
6. พยายามให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีหลังเด็กทำกิจกรรม
7.3 การตรวจสอบคุณภาพ Best Practice
เพื่อให้เกิดผลที่ดีเลิศได้ดำเนินการตรวจสอบตรวจสอบคุณภาพของ Best Practice โดยให้ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับภาษาไทยและนักเรียนเรียนร่วมเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพพบว่า
1. เกมพยัญชนะมีความครบถ้วนสมบูรณ์ เหมาะสมกับนักเรียนเรียนร่วม
2. นักเรียนเรียนร่วม มีความพึงพอใจ ในระดับมาก เนื่องจากสนุกและจดจำได้ง่าย
7.4 แนวทางการนำ Best Practice ไปใช้ประโยชน์
จากกระบวนการพัฒนาผลงานนำไปเป็นแนวทางให้กับคณะครูในโรงเรียนและเครือข่ายโรงเรียนเรียนรวมในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนเรียนร่วมในโรงเรียน เพื่อพัฒนานักเรียนเรียนรวมในการอ่านการเขียนพยัญชนะ

8. ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา Best Practice
8.1 ผลสำเร็จเชิงปริมาณ
8.1.1 นักเรียนเรียนร่วมจำนวน 15 คนได้รับการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนพยัญชนะ
8.1.2 นักเรียนเรียนร่วมจำนวน 15 คนเรียนร่วมกับเพื่อนได้อย่างมีความสุข
8.1.3 นักเรียนเรียนร่วมจำนวน 15 คนสามารถจำแนกพยัญชนะได้

8.2 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ
8.2.1 นักเรียนเรียนร่วมได้รับการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนพยัญชนะร้อยละ 100
8.2.2 นักเรียนเรียนร่วมเรียนอย่างมีความสุขสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 8.2.3 นักเรียนเรียนร่วมสามารถจำแนกพยัญชนะได้ร้อยละ 100
8.3 ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ Best Practice
8.3.1 จากการประเมินความพึงพอใจ โดยใช้แบบประเมิน มีดังนี้
– ครูมีความพึงพอใจในระดับมาก ร้อยละ 80
– นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ร้อยละ 95
– ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับมาก ร้อยละ 95
8.4 ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนา Best Practice / ประสบการณ์เรียนรู้จากการนำ Best Practice ไปใช้
8.4.1 ผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM)
8.4.2 สถานศึกษา ผู้บริหารมีความพร้อมด้านการสนับสนุนงบประมาณ นวัตกรรมในการส่งเสริมการเรียนร่วม
8.4.3 ครูมีความตระหนัก ความรักในหน้าที่ มีความเข้าใจธรรมชาติของนักเรียนเรียนร่วมมีกระบวนการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
อย่างเป็นระบบ

9. กระบวนการตรวจสอบซ้ำเพื่อพัฒนาปรับปรุง BP ให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง
9.1 วิธีการตรวจสอบซ้ำ BP
ประเมินและตรวจสอบคุณภาพของ Best Practice โดยผู้เชี่ยวชาญ
9.2 ผลการตรวจสอบซ้ำเพื่อพัฒนาและปรับปรุง BP
ผลการตรวจสอบ พบว่าเกมพยัญชนะสามารถทำให้นักเรียนอ่านเขียนพยัญชนะได้ สามารถนำสู่การปฏิบัติได้ เกิดผลดีต่อการจัดการศึกษาเรียนร่วม

10. การประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของ BP และเผยแพร่ขยายผลในวงกว้าง
10.1 ขยายผลให้กับโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนต้นแบบเรียนรวม
10.2 ขยายผลให้กับครูผู้สนใจภายในสถานศึกษาใกล้เคียงที่มีนักเรียนเรียนร่วม มีความสนใจ นำไปใช้กับนักเรียนเรียนร่วม เช่น โรงเรียนประถมใกล้เคียง
10.3 เผยแพร่ข้อมูลทางเวปไซด์ https://qoosuperban.wordpress.com

1. บันได ก ไก่

2. เกมจับคู่หารัก

3. เกมฉันอยู่ไหน

การทดสอบการอ่าน

การใช้เกมในการจัดกิจกรรม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s